ฮีโร่ประจำซอย EP.5 : น้ำใจใกล้เสียงปืน
โดย ถนอม ขุนเพ็ชร์
“โชคสมาน เป็นชื่อชุมชนหนึ่งในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ หลายคนอาจเหมารวมว่า เขต 8 เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมง่ายรอระบายช้า ในครั้งนี้จุดที่ท่วมสูงสุดน่าจะถึงเกือบ 6 เมตร
“วันศุกร์ที่ 21 พ.ย. ฝน ยังตกต่อเนื่องกระหน่ำมาเป็นวันที่ 2 - 3 ช่วงเย็น น้ำในซอยเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เราจึงตัดสินใจ ย้ายรถไปจอดบนโกดังสินค้า บนริมทางรถไฟ คืนนั้นพยายามติดตามสถานการณ์น้ำ และเปิดไลฟ์ของผู้บริหารเมือง รับรู้ได้ถึงความเสี่ยง และความไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ตรงหน้า
“เช้าวันเสาร์ออกไปซื้ออาหารมาตุนไว้ กะว่าเผื่อน้ำท่วมสูงจะได้มีอะไรกิน และรับป้าแถวบ้านที่อยู่คนเดียวมาอยู่ด้วย ช่วงใกล้เที่ยง มี SMS แจ้งเตือนจาก ปภ. ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นสูงอีกในช่วงเย็น ตัดสินใจพาแม่กับป้า พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการยังชีพ ออกไปอาศัยอยู่ในโรงเรียนสมานคุณ ในวัดโคกฯ
“ในฐานะผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวมาก่อน เรารู้ถึงความเร่งด่วนและจำเป็นของระบบ cell broadcast ที่แจ้งเตือนภัยในครั้งนี้ดี เราพยายามเรียกและชวนคนในซอยรวมถึงหน้าวัดให้ไปอยู่ในโรงเรียนด้วยกัน ก็ไม่ค่อยจะมีใครไป น้ำระลอกแรก มีกลุ่มผู้อพยพมาอาศัยอยู่แล้วประมาณ 7 คน ห้องแรกเป็นอดีตยามของโรงเรียนกับชายหนุ่มหางาน ห้องที่ 2 เป็นครอบครัวของบังขายไอติมอยู่กัน 5 คน คนที่ตามเรามามีอีกประมาณเกือบ 20 คนได้ ก็แบ่งห้องจัดสรรปันส่วนกันไป
“ทรัพยากรที่มีในเวลานั้น อาหารหลักจะมีข้าวสารถุง 5 กิโลที่เราพกไป ปลากระป๋องและมาม่านิดหน่อย เตาแก๊สจะมีอยู่ 2 เตาทั้งที่ห้องเราและห้องบัง วันแรกอาหารการกินยังอุดมสมบูรณ์ เพราะได้สามเณรเอาเสบียงของวัดที่เก็บไว้อย่างไข่ไก่มาแบ่ง ต้มข้าวต้มไก่มาให้แบ่งกันกิน รวมถึงของใช้อย่างเทียนพรรษาด้วย
“คืนแรกที่อพยพมาอยู่ในโรงเรียน เรายังได้อาบน้ำกันอยู่ แต่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้อาบ ก่อนน้ำไฟจะโดนตัด เช้าวันอาทิตย์ สัญญาณโทรศัพท์หลายคนเริ่มหมด ขอความช่วยเหลือไป ยังไม่มีใครมาช่วย หลังเที่ยงเป็นต้นไปน้ำเริ่มลดลง มีคนออกจากโรงเรียนเพื่อจะกลับบ้าน ประมาณ 7 คน ช่วงบ่ายเราได้ SMS แจ้งเตือนอีกว่าจะมีมวลน้ำก้อนใหญ่มาจากสะเดาช่วงเวลา 18:00 น จึงแบ่งทีมไปหาเสบียงมาเพิ่มเติม 1 ทีม ถ้าคนที่อยากจะออกไปส่ง 1 ทีม ส่วนเราเองอาสาลุยน้ำเอาโทรศัพท์และแบตสำรองออกไปชาร์จที่โรงพัก
“ระหว่างที่ชาร์จแบตที่โรงพัก ก็ออกไปดูสถานการณ์ฝั่งในเมือง พบว่าน้ำลดและคนเริ่มเดินกลับเข้าบ้านบ้างแล้ว ชาร์จแบตที่โรงพักถึงประมาณ 19:00 น. จึงกลับมาที่โรงเรียน รอลุ้นว่า SMS ที่แจ้งมาจะจริงหรือไม่
“คืนวันอาทิตย์ต่อวันจันทร์ ประมาณตี 3 มี SMS แจ้งเตือนว่าน้ำมาถึงหาดใหญ่แล้ว หลังจากนั้นระดับน้ำก็ทยอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พร้อม ๆ กับฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา วันจันทร์เราได้แต่ดูระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โทรติดต่อญาติในซอยที่ติดอยู่ในบ้าน ระดับน้ำเหลืออีก 4 ขั้นจะถึงชั้น 2 หลังจากนั้นไม่นานก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย เสบียงที่ได้รับจากสามเณร ก็ไม่สามารถเดินทางมาได้อีกแล้ว น้ำท่วมสูงขึ้นมาก
“จำเป็นต้องมีการวางระบบกันในศูนย์อพยพจำเป็นนี้ ห้องเราเป็นครัวกลาง ปรุงอาหารแจกจ่าย ส่วนบังที่ว่ายน้ำแข็งที่สุด ก็ไปล่าหาวัตถุดิบกลับมา ส่วนมากได้มาเป็นน้ำเปล่า 5.อาหารหลักของผู้อพยพที่อยู่ด้วยกันนี้ ทุกมื้อจึงเป็นข้าง + น้ำ = ข้าวต้ม ที่เปลี่ยนรสชาติไปตามวัตถุดิบที่จะใส่ลงไปผสม เพื่อความประหยัดเพราะไม่รู้ว่าจะติดกันอยู่อีกกี่วัน แม้แต่ถ้วยที่เรากินข้าวต้มเสร็จแล้ว เราก็ล้างด้วยน้ำที่จะดื่ม แล้วก็ดื่มน้ำล้างถ้วยข้าวต้มนั้นไป เราใช้โทรศัพท์ติดต่อกับแฟนที่อยู่กรุงเทพฯได้วันละครั้งเท่านั้นเพื่ออัพเดทข่าวสาร เพราะโทรศัพท์ที่มีกันอยู่แบตหมดเกือบทุกเครื่องแล้ว ทั้งเพื่อรับรู้ข่าวสารจากที่อยู่ภายนอก แจ้งสถานการณ์ในย่านนี้เท่าที่พอทราบให้คนนอกได้รับรู้
“วันจันทร์นั้นน้ำขึ้น 1 วันเต็มๆ พร้อมๆกับ SMS แจ้งเตือนที่ว่า วันพรุ่งนี้น้ำจะขึ้นสูงสุดได้ 1.25 ถึง 1.45 เมตร 2.ข้อความแจ้งเตือนครั้งนี้กำกวมอย่างมาก แต่เราเลือกที่จะตีความให้แย่ที่สุด คือคิดว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เมตรจากที่ตาเห็น ณ ขณะนี้ หัวรุ่งวันอังคารนั้น เราได้ยินเสียงตะโกนโหวกเวกขอความช่วยเหลือกันระงม ดูวังเวงและหลอนเป็นอย่างมาก และคิดว่าน่าจะได้ยินเสียงปืนที่เป็นข่าวในย่านเขต 8 ในคืนนั้นด้วย
“ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ท้องฟ้าเหมือนทะเลกลับหัว จนระดับน้ำขึ้นสูงสุดในวันอังคารประมาณช่วงเวลา 10-11:00 น 5.มีเจ็ตสกีเข้ามาส่งคนจากรัตนอุทิศ 2 รอบ รวม 4 คน แล้วก็ไม่ได้เข้ามาอีกเลย ระหว่างที่เจ็ตสกีเข้ามาส่งคน ก็มีความหวังว่า คงจะได้นำคนเข้ามาอีกอย่างน้อยหลักสิบ จึงประสานขอความช่วยเหลือไปยังเบอร์ต่าง ๆ ที่เคยจดไว้ แต่ด้วยข้อจำกัดของทุกทีม ไม่มีใครสามารถเข้ามาในบริเวณนี้ได้เลย
“มีคนเครียดและโวยวายในระหว่างนี้ ต้องไปพูดคุยด้วยอยู่ประมาณเกือบชั่วโมงจึงจะสงบลง ทุกคนที่อยู่จึงกลับคืนสู่ความปกติได้อีกครั้ง ประวัติของแต่ละคน ความเชื่อมโยงของแต่ละครอบครัว และประวัติศาสตร์บอกเล่าในชุมชน เป็นมหรสพที่พอจะพยุงให้ทุกคนได้พอมีอะไรพูดคุยกันบ้าง
“วันพุธ ช่วงบ่าย เริ่มมีเรือออกมาโยนอาหารแห้งให้คนตามบ้านในซอย และมีเฮลิคอปเตอร์ทหารมาโยนน้ำแพ็คลงในลานวัด ซึ่งก็พอเอามาเป็นเสบียงได้บางส่วน เพราะแตกกระจายหายไปหมด
“วันพฤหัสบดีน้ำลง เลยคิดกันว่าจะกลับเข้าไปบ้าน เลยพยุงกันมาทั้งทีม เหลือครอบครัวบัง และอีกไม่กี่คนที่อยู่ต่อที่โรงเรียน ปรากฏว่าแม้จะน้ำลง กระแสน้ำยังแรงอยู่ มาแวะพักกันที่ใต้หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ และพบว่าญาติรวมถึงคนในซอยที่ไม่ได้ออกมาในตอนแรก ล้วนแต่เอาชีวิตรอดและอาศัยกันอยู่ที่ศาลาการเปรียญข้าง ๆหลวงปู่ทวดนี้
“จากการได้พูดคุยจึงรู้ว่า เมื่อสถานการณ์วิกฤต น้ำขึ้นถึงชั้น 2 แล้ว เซตแรกที่ออกมา คือกลุ่มที่อยู่ในซอยเล็กตัดระหว่างซอยโชคสมานคุณจะทะลุเข้าไปในวัด ทุกคนไปอาศัยอยู่ที่บ้านหลังที่สูงที่สุด รวมๆได้ประมาณ 10 กว่าคน หนึ่งในนั้นคือคุณยายอายุ 96 ปี ในกลุ่มนี้มีน้ารินและน้าเนศสองพี่น้อง เป็นแกนนำหลัก ในการประกอบแพจากโฟม 2 แผ่นใหญ่ ผู้กลางกันเอาไว้ด้วยลวด ค่อยๆพาคนจากชั้น 2 ของบ้านที่อาศัยอยู่ข้ามฟากไปศาลาวัด โดยมีพระ2 รูปคอยช่วยดึงขึ้นไปบนศาลาวัด เสร็จจากกลุ่มนี้ ก็อาศัยแรงกาย ลากคนที่อาศัยอยู่ที่บ้านชั้น 2 อีก 2 หลัง ที่อยู่ห่างออกไป น้ำขึ้นไปถึงแล้วเหมือนกัน รวม ๆ อีกเกือบ 20 คน ฝ่ายกระแสน้ำเชี่ยวที่ไหลแรงอพยพขึ้นไปอยู่บนวัดกันได้ทั้งหมด
“เคสที่ยากที่สุด คือต้องเคลื่อนย้ายคุณยายผู้ป่วยติดเตียงจากบ้านตัวเอง ไปอาศัยอยู่ชั้น 2 บ้านลูกสาวที่อยู่ติดกัน ซึ่งต้องห่อตัวคุณยายไป แล้วอาศัยกันยกขึ้นชั้น 2 อย่างทุลักทุเล แต่สุดท้ายก็ปลอดภัย เคสสุดท้ายเป็นบ้านป้าเราเอง อีก 3 ชีวิต ที่อยู่ไกลจากจุดที่จะขึ้นศาลาวัดไปมากที่สุด และต้องข้ามน้ำที่ไหลแรง อีกทั้งแพที่อาศัยมา ก็อยู่ในสภาพที่เกือบใกล้จะแตก เดชะบุญที่รอดมาได้ทุกคน
“บ้านที่ไม่ได้ตามมา บ้างก็ขึ้นไปอาศัยอยู่ที่แฟลตสูงที่อยู่ใกล้ บ้างก็มีคนมาช่วยออกไปอยู่แฟลตสูงอีกซอย กว่า 30 ชีวิตที่อาศัยอยู่ในวัดนี้ มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากในวัดยังมีเสบียงเหลือเพียงพอ แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด
“ช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดี น้ำเริ่มทยอยลดลง เราและน้องอีกคนออกอาสาออกมาชาร์จแบตที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ระหว่างทางเดินอ้อมจากหลังวัดโคกฯ ผ่านหน้าโรงพัก ขึ้นทางรถไฟ ผ่าน ถ.รัถการ วงเวียนน้ำพุ แล้วเข้าทางหลังโรงพยาบาล ตลอดทางท่างที่ผ่านใช้คำว่าวันสิ้นโลกได้ไม่เกินจริง คนเข้าหยิบฉวยเบียร์จากโบกี้ขนสินค้า ขยะจำนวนมาก คราบโคลนที่ยังไม่ได้ล้าง แพะขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน ผู้คนรอรับของบริจาค บ้างแววตาเลื่อนลอยอย่างสิ้นหวังว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตดี
“ชาร์จแบตที่โรงพยาบาลตั้งแต่ บ่ายโมงจนถึงสี่ทุ่ม เห็นเลยว่า รพ. เสียหายหนัก และสู้สุดขีดอย่างไร กลับมาหลัง รพ. เจอคริสตจักรสงขลามาแจกข้าว แต่ทุกคนปิดบ้านหมดแล้ว เลยขอไปแจกในวัดโคก 200 กล่อง ขนกัน 5 ต่อ กว่าจะถึงวัดโคกฯ ก็เที่ยงคืน เก็บไว้กินเป็นข้าวเช้า
“เช้าวันศุกร์ทุกคนเริ่มกลับเข้าไปล้างบ้าน แต่ไม่มีน้ำ ก็ใช้น้ำที่ท่วมนั้นไปก่อน แต่เวลาจะล้างบ้านน้ำก็ลดลงเร็วเสียเหลือเกิน ในช่วงเคลียร์บ้าน หลายคนก็ยังนอนที่วัดต่อ กว่าจะล้างให้บ้านพอเข้าไปนอนได้ เริ่มมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ โดยใช้วัดตั้งเป็นฐานในการช่วยเหลือ ทั้งตรวจโรค แจกยา แจกของ ซ่อมรถ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ชาร์จแบต น้ำท่วมในครั้งนี้รอบ ๆ วัดโคกฯ - โชคสมาน ลึกประมาณ 4 - 6 เมตร หนักหนาสาหัสกันถ้วนหน้าก็จริง แต่ก็ได้เห็นน้ำจิตน้ำใจของคนในชุมชน หลังน้ำลดก็ยังไหว้วานให้ความช่วยเหลือกันอยู่เรื่อย ๆ แม้ในช่วงน้ำท่วมจะแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหนเลยก็ตาม แต่การที่ชุมชนมีทุนทางสังคมที่แข็งแกร่งก็ช่วยให้เราทุกคนผ่านพ้นวิกฤตสำคัญในชีวิตมาด้วยกันได้ทั้งหมด แบบไม่เสียใครไปแม้แต่คนเดียว นี่ก็นับว่าแข็งแกร่งไม่ใช่ย่อยแล้ว
เปรมชัย จันทร์จำปา
Relate topics
- ฮีโร่ประจำซอย Ep.6 : คนอึดนักกู้ภัย
- ฮีโร่ประจำซอย Ep.4 ครัวฮาลาลหมื่นกล่อง
- ฮีโร่ประจำซอย EP3 ผู้กล้าทั้ง 21 คน
- ฮีโร่ประจำซอย EP2 กาละมังสีแดง
- ฮีโร่ประจำซอย EP1 สุภาพบุรุษแกลลอน
- "น้ำใจจากเมืองกรุง"
- ขอบคุณความช่วยเหลือจากขอนแก่น
- ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 เพื่อลงมติพิเศษ
- "iMedCare ธุรกิจเพื่อสังคมดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน"
- "การประชุมสานพลังความร่วมมือด้านที่อยู่อาศัยจังหวัดสงขลา"







