บทความ

เยือนอเมริกา ดูงานมูลนิธิชุมชน ตอนที่ 2

by Little Bear @August,19 2009 13.33 ( IP : 61...244 ) | Tags : บทความ , เยือนอเมริกา , ดูงาน

เช้าวันใหม่ 5 มีนาคม 2552 เป็นเวลา 7: 45 น. เราทานอาหารเช้ากับ Marjorie Lyles มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารองค์กรมูลนิธิชุมชนที่อยู่บนฐานการพึ่งตนเองในรูปแบบต่างๆ เราได้ความคิดใหม่ๆหลายอย่างจากการทำงานของที่นี่ เช่น บ.ยายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ยกหุ้นให้แทนที่จะสนับสนุนเป็นเงิน แต่ก็มีความเสี่ยงหากหุ้นราคาตก

หรือไม่เราอาจประยุกต์รูปแบบธุรกิจเพื่อองค์กรสาธารณะ นำส่วนต่างหรือกำไรมาใช้เลี้ยงองค์กร แยกออกมาจากการระดมทุน เช่น การขายตั๋วเครื่องบิน ขายบัตรโทรศัพท์ เคาเตอร์เซอร์วิส การขายแบรนด์น้ำดื่ม(อาทิชื่อน้ำใจ) ร้านอาหาร

คำอธิบายภาพ

ดูงานที่ the IU Center on Philanthropy

นอกจากนั้นก็ยังมีวิธีระดมทุนต่างๆ หรือหาแหล่งทุนที่เราไม่ควรมองข้าม เช่น ซื้อพันธบัตร กิจกรรมระดมทุนต่างๆ มรดกให้หลังการเสียชีวิต หรือใครถนัดอะไรก็ทำสิ่งนั้น เช่น นักเขียนอาจพิมพ์งานยกรายได้เพื่อชุมชน นักร้อง นักธุรกิจ ยกรายได้ส่วนหนึ่งในองค์กรสาธารณะ

เวลา 8: 45 เริ่มโปรแกรมดูงานแล้ว เราออกเดินทางไปกับ Dave Jone เพื่อที่จะดูงาน lilly Endowment พบ Ace Yakey, Jenny Kloer ให้คำบรรยายแนะนำองค์กรว่า สำหรับบทบาทขององค์กร lilly Endowment แห่งนี้ได้เงินมาจากธุรกิจบริษัทยาขนาดใหญ่ของรัฐ ดำเนินงานอย่างอิสระในขณะที่บริษัทยาก็มีมูลนิธิของตนเองด้วย องค์กรนี้ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิชุมชน ที่เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งและการให้ทุนมาจนถึงปัจจุบัน โดยความแตกต่างระหว่างมูลนิธิของบริษัทยาและ lilly Endowment คือบทบาทที่แยกเฉพาะให้การศึกษา ศาสนา และชุมชน โดยไม่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพและยา

องค์กรแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1937 เริ่มก่อตั้งและทำงานหลักในพื้นที่อินเดียนาโพลิส ทำงานด้านพัฒนาชุมชนให้ทุนพัฒนามนุษย์ ศิลปะวัฒนธรรม การพัฒนาพื้นที่อาศัย นโยบายสาธารณะที่เกี่ยวกับชุมชน ประวัติศาสตร์ ด้านกีฬา เศรษฐกิจชุมชน และดูแลมูลนิธิชุมชนในพื้นที่อินเดียนา ตลอด 19 ปีที่ผ่านมามีบทบาทช่วยในการก่อตั้งมูลนิธิชุมชนจาก10 แห่ง เพิ่มขึ้นจนมีทรัพย์สินจาก 100 จนเกิน 1,000 ล้านเหรียญ(ในจำนวนนี้เป็นทรัพย์สินของ lilly  200 ล้าน) แต่ปัจจุบันก็เผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

แนวคิดของมูลนิธินี้เห็นว่ามูลนิธิชุมชนเป็นการสร้างโครงสร้างทางสังคม ให้คนได้เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งรูปแบบของมูลนิธิชุมชนอาจจะไม่เป็นคำตอบเดียว อาจจะมีรูปแบบอื่นอีกก็ได้ ในการทำงานร่วมกับมูลนิธิชุมชนจะมีส่วนร่วมกำหนดกลยุทธ์ด้วย(ที่นี่มีเจ้าหน้าที่ 38 คน)

บทบาทช่วยมูลนิธิชุมชนที่นี่จะมี 4 ด้าน ได้แก่ การระดมทุนแบบสมทบร่วมกับมูลนิธิชุมชน ช่วยการบริหารจัดการกองทุนถาวร ให้เงินเป็นโครงการ ให้คำแนะนำ/ที่ปรึกษา/ทำความเข้าใจ

คำอธิบายภาพ

ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษากว่า 3 หมื่นคน

งานการทำความเข้าใจกระตุ้นให้เกิดมูลนิธิชุมชนใช้เวลาช่วงเริ่มต้นใช้เวลา 5 ปี หลังจากนั้นก็อบรมให้กับเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัคร ซึ่งต้องทำไปเรื่อยๆ ในด้านการเป็นผู้นำ การระดมทุนการกระจายทุน ธรรมาภิบาลขององค์กร ดูความเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย

ทีมงานนี้มี 5 คน มีคนเชี่ยวชาญด้านการให้ทุน การเงิน(ลงทุน/บัญชี) การอบรมสัมมนา งานมูลนิธิชุมชนทั่วไป นอกจากนั้นแล้วก็มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องมาให้ความรู้เป็นครั้งๆ

ปัจจุบันให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ มากกว่าที่จะช่วยเรื่องระดมทุนเนื่องจากช่วยตนเองได้แล้ว

ที่นี่เราได้พบกับมูลนิธิชุมชนเล็กๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรแห่งนี้คือ Blue river commuity foundation (ชื่อมาจากแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง) ผู้จัดการมูลนิธิเล่าว่าเริ่มก่อตั้งมาเมื่อปี 1988 อยู่ในพื้นที่เมืองเล็กๆ เติบโตมาจากองค์กรที่ทำงานในพื้นที่(องค์กรนี้อยากให้เด็กรุ่นใหม่มาเป็นผู้นำการทำงานสาธารณะ จนกระทั่งพัฒนามาสู่การเป็นมูลนิธิชุมชน ในช่วงแรกมีผู้นำเยาวชน 6 คน และพัฒนาการทำงานมาเรื่อยๆ พร้อมกับค้นหาคณะกรรมการที่มาจากหลายภาคส่วน มาทำงานบนฐานความเชื่อใจของชุมชนต่อองค์กร) ได้รับการช่วยเหลือกระตุ้นจาก lilly Endowment ให้ก่อตัวมูลนิธิชุมชน  ที่นี่มีกรรมการหลัก 12 คน มีอนุกรรมการอีกหลายคณะ(ใช้คนเป็นช่องทางสร้างความน่าเชื่อถือ มาจากหลายภาคส่วน) แต่ละอนุฯมีกรรมการประกบ และมีอาสาสมัครเข้ามาอยู่ในแต่ละชุดอนุกรรมการ

ที่นี่มีผู้จัดการทำงานเต็มเวลา มีเจ้าหน้าที่ให้ทุน การทำงานร่วมกับองค์กรอื่น มีเจ้าหน้าที่ทำงานด้านบัญชี(เกือบเต็มเวลา)ตอนนี้มีสินทรัพย์ 20 ล้านเหรียญ พวกเขาพบว่ามีผู้ให้พร้อมจะให้จำนวนมาก มีการให้ทุนปีละ 6-7 แสนเหรียญ หน้าที่ในการบริหารจะช่วยผู้บริจาคแนะนำการสนับสนุนร่วมกับผู้นำชุมชน และทำงานร่วมกับองค์กรอื่นในพื้นที่ด้วย (ปัจจุบันมี 95 มูลนิธิในพื้นที่) เน้นหนักในด้านการให้ทุนการศึกษามากที่สุด

นอกจากนี้ยังพบว่ามีการทำงานร่วมกันของแต่ละมูลนิธิกำลังหาทางช่วยเหลือหาการทำงานร่วมกันในลักษณะที่ช่วยเหลือกันได้ เช่น ระบบบัญชี การสื่อสาร การบริหารสำนักงาน

เราถามถึงปัญหาที่พวกเขาพบคือความหลากหลายของเนื้องาน จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้มาก เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จำเป็นต้องมีที่ปรึกษา ทีมงานให้คำแนะนำ ขณะเดียวกันก็พบว่าการได้มาซึ่งนโยบายของมูลนิธิฯจะมาจากข้อบังคับทางกฏหมายและประสบการณ์ร่วมของมูลนิธิฯที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา

ความสัมพันธ์ระหว่างมูลนิธิกับ lilly Endowment เริ่มต้นที่ค่าบริหารจัดการของมูลนิธิ สร้างผลงานให้ทุน และระดมทุนถาวรพยายามพัฒนาความยั่งยืน ในช่วงแรกทาง lilly Endowment สนับสนุนทั้ง 3 ทาง โดยมีมาตรฐานกำหนด

คำอธิบายภาพ

ห้องประชุมของ the IU Center on Philanthropy

Blue river commuity foundation มีฐานการทำงานกับคนในพื้นที่ คัดเลือกประเด็นที่สนใจ เช่น การศึกษา สุขภาพ และเน้นกระบวนการทำงานที่โปร่งใส มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ในการคัดเลือกโครงการมีการเปิดรอบการพิจารณารายประเด็นและเริ่มคิดเชิงรุกในการทำงานเชิงพื้นที่ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ น้ำหนักของความน่าเชื่อถือขององค์กรและภาพลักษณ์อยู่ที่ผลงานของโครงการที่สนับสนุนไป

พวกเขาบอกว่าหน้าที่กรรมการควรจะเป็นคนเข้าใจแนวคิดมูลนิธิชุมชน และควรฟัง เข้าใจชุมชนให้มากที่สุด เปิดโอกาสให้คนเข้าถึงได้ และตัดสินใจสิ่งยากๆ บนฐานประโยชน์สูงสุดของสาธารณะ

เราทานอาหารเที่ยงที่มหาวิทยาลัย ที่นี่เราได้พบกับทีมงานของ CICF อีกครั้ง พวกเขาเล่าว่าเริ่มจากทุนเพียง 300,000 เหรียญ ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวม 20 ล้านเหรียญ มีรูปแบบการจัดการเงิน 1% ใช้สำหรับบริหารภายใน 5% ใช้สำหรับการกระจายทุน

ช่วงบ่ายเราไปดูงาน Indiana Grantmakers Alliance พบ Marissa Manlove, Betsy Bikoff ที่ให้ภาพการทำงานของมูลนิธิไปอีกรูปแบบหนึ่ง กล่าวคือ ที่นี่เป็นองค์กรสนับสนุนองค์กรมูลนิธิทุกรูปแบบ (คล้ายรูปแบบสมาพันธ์มูลนิธิในพื้นที่) มีภาระกิจ 4 ด้าน ได้แก่ ช่วยให้สมาชิกมูลนิธิทั้งหมดมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธผล ถูกกฏหมาย มีจริยธรรมในการทำงาน

การสนับสนุนเป็นไปในรูปแบบการพัฒนาศักยภาพ การจัดอบรม การจัดงานเฉพาะกิจ เช่น การพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อให้สมาชิกทำงานได้ดี ไปสู่เป้าหมาย ส่งผลกระทบต่อสังคม องค์กรนี้จะเป็นตัวกลางจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ และร่วมกันผลักดันนโยบายสาธารณะให้กับสมาชิก มีการติดตามนโยบายที่จะส่งผลกระทบต่อสมาชิก

การสนับสนุนองค์กรมาจากสมาชิกที่เห็นความสำคัญ ให้ทุนมาดำเนินการอยู่เรื่อยๆ ทุกปีมีการสำรวจจากสมาชิก ถามความต้องการ และมีคณะกรรมการ มีที่ปรึกษาการเรียนรู้ให้ข้อมูล

การผลักดันนโยบายสาธารณะ มีตัวแทนอยู่ที่วอชิงตันในการออกกฎหมาย และทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ออกกฏหมายเข้าใจงานของมูลนิธิ

เมื่อสอบถามความต้องการ พวกเขาบอกว่าสมาชิกมูลนิธิส่วนใหญ่ ต้องการให้องค์กรดูแลในด้านคนทำงานขาดความต่อเนื่อง คนใหม่จะเข้ามาเรียนวิชาพื้นฐานการกระจายทุน การสื่อสาร การพิจารณาโครงการ หลักฐานการเงิน ข้อกฎหมายต่างๆ ในกลุ่มคนเก่า จะมาประชุมเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการให้ทุน

พวกเขามีที่ปรึกษาเฉพาะด้าน มีทีมเฉพาะในการดูแลสมาชิกตามความต้องการ

ในการทำงานมีการทับซ้อนของพื้นที่การทำงานในหมู่สมาชิก แต่ทุกคนมีวิธีการทำงานของตนเอง องค์กรนี้ไม่ได้ประสานการทำงานในภาพรวม

คำอธิบายภาพ

ดูงาน Central Indiana Community Foundation

องค์กรนี้ดูแลเฉพาะในพื้นที่รัฐอินเดียน่า มีสมาชิกมูลนิธิ 135 แห่ง จาก 3,000 กว่าแห่ง มีการประชุมร่วมกันทุกเดือน เกิดขึ้นเมื่อปี 1983 เพราะพื้นที่มีสมาชิกจำนวนมากเห็นความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาการทำงาน ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ 8 คน มีทีมเฉพาะในการดูแลสมาชิกอีก 5 คน มีคนดูแลการอบรม บริการสมาชิก บริหารความรู้/สื่อสาร ทั้งหมดนี้มีหัวหน้าทีมดูแล

พวกเขาพบว่ามีปรากฏการณ์การจัดการเรียนรู้จัดระบบมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มาตรฐานจริยธรรมของมูลนิธิจะแฝงอยู่ในหลักสูตรและมีหลักเกณฑ์ในการกระจายทุน (พวกเขามีปัญหาบ้างในส่วนของมูลนิธิทั่วไปมากกว่ามูลนิธิชุมชน ปัญหาที่พบ เช่น การกระจายทุนให้องค์กรที่มีญาติของกรรมการ การรับเงินขององค์กรแล้วไม่ได้ทำตามข้อตกลง การให้ค่าตอบแทนกรรมการที่สูงเกินไป)

เราออกจากตึกของสมาพันธ์ เดินข้ามไปยังอีกตึกหนึ่ง พบ Mark Miles ฟังการทำงานของ Central Indiana Corporate Partnership ที่มีรูปแบบการทำงานที่น่าสนใจมาก

ที่นี่มีประสบการณ์ในต่างประเทศมาก การทำงานเริ่มจากการรวมตัวกันหลวมๆของนักธุรกิจเมื่อปี 1983 กระทั่งปี 1987 มีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมตามเหตุการณ์เฉพาะกิจที่เมืองเป็นเจ้าภาพกีฬา lilly มีบทบาทเป็นตัวเชื่อมประสานให้เกิดกิจกรรมตั้งแต่ช่วงนั้น และเพิ่มพัฒนาการรวมตัว ในปี 2000 ได้จัดระบบองค์กรใหม่ โดยมี 3 องค์ประกอบ คือขยายพื้นที่ไปถึง Central indiana มีความเป็นเพื่อนกับมหาวิทยาลัย และมีทรัพยากร

โดยมีวัตถุประสงค์สร้างสภาวะแวดล้อม ส่งเสริมเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

ยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ เสริมภาวะเศรษฐกิจและเสริมจุดเด่นในด้านวิทยาศาสตร์  การผลิต โลจิสติกส์ เทคโนโลยีใหม่ๆ มีการขับเคลื่อนกลไกทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคนตั้งแต่เด็กจนสูงวัย และเปิดโอกาสให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ทำงาน

คำอธิบายภาพ

ดูงาน Nina Mason Pulliam Charitable Trust

การจัดองค์กร มี CICP เป็นร่มให้กับ 4 บริษัท และมี  Mark Miles เป็นกรรมการร่วมทุกบริษัท bio crossroads และ conexus indiana ร่วมกันพัฒนาวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม  techpoint พัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร การช่วยเหลือนักธุรกิจใหม่ และ indypartnership ดูการตลาด นอกเหนือจากนั้น CICP ทำเอง

CICP ทำงานในประเภท partnership สร้างหุ้นส่วนการทำงาน และตั้ง foundation เพื่อระดมทุนในการพัฒนาคน ในการบริหารทำงานทั้ง 2 ด้าน แต่ควรมีระบบเอกสารสนับสนุนการทำงานให้ทำได้ทั้ง 2 ด้าน และการทำงานพยายามบริหารให้ไปสู่เป้าหมาย ใน 4 บริษัทย่อยที่ไม่ได้แสวงหากำไร ก็จะมีบริษัทลูกของตนเองในการแสวงหาโอกาสในทางธุรกิจ ทำงานไปสู่เป้าหมายใหญ่

งานที่ทำได้รับความสนใจจากมูลนิธิหรือผู้สนับสนุนใหญ่ๆมาก รวมไปถึงนักธุรกิจใหญ่ๆ เงินที่มาเป็นรายได้ 50% อีก 50% มาจากผู้สนับสนุนรายย่อย และไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

งานของมูลนิธิ เน้นการพัฒนาคน/การศึกษา อยากจะเป็นผู้นำวิทยาศาสตร์ต้องสร้างคนตั้งแต่เล็ก พัฒนาครูวิทยาศาสตร์ระดับมัธยม อยากให้มีนักธุรกิจมากๆ จะมีระบบข้อมูลพื้นฐานบริการดึงดูดคนมาทำธุรกิจ และกำลังวางแผนการขนส่งมวลชน

CICP เป็นผู้นำทางความคิด ช่วยกระตุ้นการทำงานของภาครัฐ และทำให้ภาครัฐเห็นตัวอย่าง เป็นการพัฒนาศักยภาพด้านองค์กรธุรกิจไปในตัว ใช้การสื่อสารเพื่อความร่วมมือในการทำงานที่มีเป้าหมายเดียวกัน ที่นี่มีบทบาทในการประสานงานเนื่องจากได้รับความน่าเชื่อถือมาก

Mark เล่าว่ากลุ่มนักธุรกิจรวมตัวกันได้เนื่องจากเห็นช่องว่างและไม่มีองค์กรใดตอบสนองความต้องการที่ไร้ขีดจำกัดของพื้นที่และองค์กรของภาครัฐหรือภาคธุรกิจ CICP จึงเกิดขึ้นและจัดองค์กรในรูปแบบใหม่ที่ตนต้องการ

คำอธิบายภาพ

เดินท่องเที่ยวในบริเวณมหาวิทยาลัย

ปัจจุบันมีผู้ร่วมงาน 48 คน มีประธานบริษัท มีอธิการบดี 5 แห่งมาร่วมเป็นกรรมการ(ส่งตัวแทนมาร่วมไม่ได้) ปัจจัยความสำเร็จ Mark บอกว่ามีคนสนับสนุนที่ทุกคนยอมรับ มีความมั่นคงเป็นอิสระจากการเมือง ทำงานให้สำเร็จผ่านคนอื่นให้มาก การทำงานกับภาครัฐต้องสามารถชื่นชมและวิจารณ์ภาครัฐได้

« เยือนอเมริกา ดูงานมูลนิธิชุมชน ตอนที่ 1

แสดงความคิดเห็น

« 2616
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง
มุมสมาชิก

เยือนอเมริกา ดูงานมูลนิธิชุมชน

เยือนอเมริกา ดูงานมูลนิธิชุมชน.

เครือข่าย

เครือข่ายมูลนิธิชุมชน